ความเป็นมาของกีฬาไทย
อันกีฬาไทยนั้นมีมากมายหลายชนิด อาทิ ว่าวไทย, มวยไทย, กระบี่กระบอง, หมากรุกไทย, ตะกร้อ และกีฬาพื้นบ้าน ซึ่งมีกีฬาอยู่หลายร้อยชนิด เช่น ตี่จับ, ชักกะเย่อ, วิ่งเปี้ยว, เสือกินวัว, แข่งเรือ, วิ่งงัว, แย้ลงรู, ตีคลี, สะบ้า, ไม้หึ่ง, เตย, ตั้งเต เป็นต้น
กีฬาเบ็ดเตล็ดหรือกีฬาพื้นบ้านเหล่านี้มักเล่นตามฤดูกาล เช่น ช่วงเทศกาลตรุษสงกรานต์ แม้บางชนิดจะสูญหายไปตามกาลเวลา แต่โดยรวมแล้วถือได้ว่าประเทศไทยมีศิลปะและวัฒนธรรมทางกีฬาประจำชาติอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาตั้งแต่โบราณกาล
จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง “สมาคมกีฬาสยาม”
การก่อตัวของสมาคมเริ่มต้นจากการแข่งขัน “ว่าว” โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) พระองค์ทรงโปรดการแข่งขันว่าวเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ และประชาชน นำว่าวเข้าแข่งขันเพื่อชิงถ้วยพระราชทานเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๕ สถานที่แข่งขันเริ่มลดน้อยลงเนื่องจากพื้นที่เดิมกลายเป็นอาคารบ้านเรือน เหลือเพียงท้องสนามหลวงเป็นสนามแข่งขันมาตรฐานเพียงแห่งเดียว เมื่อเข้าสู่รัชกาลที่ ๗ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในยุคนั้น ค่าใช้จ่ายในการจัดแข่งขาดแคลน การแข่งขันว่าวจึงเงียบหายไประยะหนึ่ง
ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗₀ บุคคลผู้รักกีฬาไทยประมาณ ๔-๕ ท่าน นำโดย พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร) ได้หารือกันด้วยความห่วงใยว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้ กีฬาอันเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติอาจสูญหาย จึงได้ร่วมกันจัดตั้ง “สมาคมกีฬาสยาม” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบำรุงและส่งเสริมกีฬาของไทย เช่น ว่าว ตะกร้อ และหมากรุกไทย
พระมหากรุณาธิคุณในรัชกาลที่ ๗ ในปี พ.ศ. ๒๔๗₀ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณานิมิตรสนับสนุนกีฬาไทย ด้วยการทรงส่งว่าวจุฬาส่วนพระองค์ เครื่องหมายตรา “สามศร” เข้าร่วมการแข่งขันของสมาคมกีฬาสยาม ส่งผลให้บรรยากาศการแข่งว่าวที่เคยซบเซากลับมาคึกคัก นำความสุขและรอยยิ้มมาสู่ประชาชน ณ ท้องสนามหลวงอีกครั้ง
ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๕ สมาคมฯ ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โดยใช้ชื่อว่า “สมาคมกีฬาสยาม” (ทะเบียนเลขที่ ๑๒๐) มีพระยาภิรมย์ภักดี เป็นนายกสมาคมและนายสนาม
การเปลี่ยนชื่อและการได้รับพระบรมราชูปถัมภ์
-
พ.ศ. ๒๔๘๒: เมื่อประเทศไทยเปลี่ยนชื่อจาก “ประเทศสยาม” เป็น “ประเทศไทย” สมาคมจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมกีฬาไทย” เพื่อให้สอดคล้องกัน
-
พ.ศ. ๒๕₀๓: ในสมัยที่ ฯพณฯ จอมพลประภาส จารุเสถียร ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาต และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับสมาคมกีฬาไทยไว้ “ในพระบรมราชูปถัมภ์” เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕₀๓
-
พ.ศ. ๒๕๕๓: ได้รับอนุมัติตามมาตรา ๕๙ จากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ยืนยันสถานะเป็น “สมาคมกีฬากีฬาไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” มาจนถึงปัจจุบัน
ทำเนียบนายกสมาคม
-
พ.ศ. ๒๔๗๐ – ๒๔๗๕: พระยาภิรมย์ภักดี (นายกสมาคมกีฬาสยาม คนแรก)
-
พ.ศ. ๒๔๗๕ – ๒๔๗๙: นายยิ้ม ศรีหงษ์
-
พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๔๘๔: นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย ร.น.
-
พ.ศ. ๒๔๘๔ – ๒๔๙๐: พระยาจินดารักษ์
-
พ.ศ. ๒๔๙๐ – ๒๔๙๘: พันเอก หลวงรณสิทธิ์ (พ.ศ. ๒๔๙๗ –๒๔๙๘ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้อุปถัมภ์พิเศษ)
-
พ.ศ. ๒๔๙๘ – ๒๕๐๐: จอมพลเรือ หลวงยุทธศาสตร์โกศล ร.น.
-
พ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๑๗: ฯพณฯ จอมพลประภาส จารุเสถียร
-
พ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๑๘: หลวงสัมฤทธิ์ วิศวกรรม
-
พ.ศ. ๒๕๑๘ – ๒๕๒๖: พลโท เผชิญ นิมิบุตร
-
พ.ศ. ๒๕๒๖ – ๒๕๒๗: พันตรี ประชา ธรรมโชติ
-
พ.ศ. ๒๕๒๗ – ๒๕๓๔: ว่าที่ร้อยตรี เสมอใจ พุ่มพวง
-
พ.ศ. ๒๕๓๔ – ๒๕๓๖: พลอากาศเอก อนันต์ กลินทะ
-
พ.ศ. ๒๕๓๖ – ๒๕๔๔: ร้อยตำรวจตรี เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ
-
พ.ศ. ๒๕๔๔ – ๒๕๔๖: นายศิริ เปรมปรีดิ์
-
พ.ศ. ๒๕๔๖ – ๒๕๕๐: คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน
-
พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๑: นายนิคม ไวยรัชพานิช
-
พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๓: คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน
-
พ.ศ. ๒๕๕๔– ๒๕๕๕: นายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์
-
พ.ศ. ๒๕๕๖ – ปัจจุบัน: นางสาวปริยากร รัตนสุบรรณ
เจตนารมณ์และบทบาทแห่งการสืบสาน
สมาคมกีฬากีฬาไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๗๐ และคณะ แม้จะเป็นองค์กรเล็กๆ แต่ได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาการละเล่นและกีฬาไทยให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ซึมซับ และเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างยั่งยืนและต่อเนื่องสืบไป
